Ritz Cracker เป็นขนมที่คนไทยชอบกินมากโดยเฉพาะเจ้าตัวที่เป็นรสชีส แต่รู้ไหมว่าต้นตำหรับมันมาจากที่ไหนกัน Ritz ถูกนำวางขายครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาในปี 1934 โดยบริษัท Nabisco ในขณะที่ต่างประเทศจัดจำหน่ายโดยบริษัท Mondelēz International เจ้าแครกเกอร์นี้พิเศษยังไงทำไมถึงคนชอบกินนัก ก็คงจะเป็นเพราะรสชาติที่แปลกใหม่ มีแคลอรี่น้อยต่อจานที่มีแครกเกอร์ 5 ชิ้น ประกอบไปด้วย โปรตีน 1 กรีม ไขมัน 4 กรัม และ 70 แคลอรี่ นับตั้งแต่ปี 1935 เป็นต้นมาบริษัทได้ผลิตสินค้าแครกเกอร์ออกมากว่า 5 ร้อยล้านกล่อง ซึ่งเพียงพอจะให้ประชาชนทุกคนในสหรัฐกินคนละ 40 ชิ้น

ประวัติอันยาวนานของ Ritz

หลังจากที่ Ritz Cracker ถูกวางขายใยนปี 1934 เพื่อนำมาแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง Sunshine Biscuit โดยเขาได้ได้ว่าจ้าง Sydney Stern คิดชื่อให้กับสินค้า ซึ่งเขาตัดสินใจใช้คำว่า Ritz ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหมวก นอกจากนี้ยังเป็นคนออกแบบโลโก้ที่มีสีน้ำเงินกับเหลืองที่ใช้มาจนถึงทุกวันนี้ ในปี 2011 Ritz ได้กลายเป็นแบรนด์ขนมที่ดังสุดในสหรัฐอเมริกาที่ถูกจัดอันดับโดย YouGov Poll

ทุกวันนี้เราสามารถหากิน RIz Cracker ได้เกือบทุกที่บนโลก โดยเฉพาะในสหรัฐที่มีทั้งหมดสามชนิด ได้แก่ รสชาติต้นตำหรับกับชีสที่บรรจุขายในขนาด 200 กรัม และ Ritz Cheese Sandwich ที่นำแครกเกอร์มาประกบสอดใส้ชีสในขนาด 125 กรัม นอกเหนือจากแครกเกอร์ธรรมดา Ritz ยังขายแครกเกอร์แบบจุ่มชีสให้กับ Dairylea Dunkers และ Philadelphia Snack ถ้ายังแปลกไม่พอพวกเขายังเอาไปขายกับบริษัท Cadbury ที่เอาแครกเกอร์ไปใส่ตรงกลางของช็อคโกแลตหรือนม

ชายผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

“Ritz” คำนี้มีความหมายมากกว่าแค่พูดเพราะมันได้กลายเป็นวัฒนธรรมของประเทศไปแล้ว และจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่ใช่ Sydney Stern ผู้อพยพชาวฮังการีที่อาศัยอยู่ในตึกแถวในแมนฮัตตันตอนล่าง พี่น้องทุกคนของเขาประสบความสำเร็จในอาชีพที่ตนเองเองเลือก แต่สเติร์นแยกตัวเองออกมากด้วยความรักในการวาดภาพ เขาเริ่มอาชีพในฐานะศิลปินอิสระแต่ในปี 1928 ภรรยาของเขาเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนจากการคลอดบุตร ทิ้งเขาไว้ตามลำพังกับลูกของเขา 3 คน ต่อมาเขาได้รับงานจ้างจากบริษท Nabisco Biscuit Company จนในที่สุดผลงานเขาได้เป็นที่ยอมรับในปี 1935 ซึ่งก็คือการออกแบบผลิตภัณฑ์ “Ritz” ให้กับบริษัท เชื่อไหมว่าตอนนั้นผู้บริหารสูงสุดคิดว่าชื่อนี้อาจทำให้พวกเขาแย่ แต่อย่างที่เรารู้กันดีในปัจจุบันว่ามันได้กลายเป็นชื่อติดหัวของคนทั้งโลกไปแล้วสำหรับยี่ห้อขนมที่อร่อยที่สุดอันหนึ่ง